วิธีสำรวจตัวเองว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้า หรือไม่?

โรคซึมเศร้า
August 5, 2023

โรคซึมเศร้า หรือโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเคมีในสมอง เป็นโรคที่เรียกได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมอยู่ในบ้านเราเลยก็ว่าได้ สังเกตได้จากข่าวที่ถูกนำมาเสนอในแต่ละวันจะเห็นได้ว่า อัตราการฆ่าตัวตายจากการเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน โดยสถิติแล้วจากประชากร 7.6 พันล้านคน จะมีคนเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ 300 ล้านคน หรือเกือบ 4% ส่วนในคนไทยเองพบว่าในประชากร 69 ล้านคน มีผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าราว 1.5 ล้านคน หรือประมาณ 2.2% ของประชากรทั้งประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และที่น่าตกใจกว่าก็คืออัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จมากถึง 4,000 คนต่อปี ทำให้โรคนี้จึงเป็นโรคที่อันตรายมาก ๆ และไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด 

โรคซึมเศร้าคืออะไร 

โรคซึมเศร้า (Depression) หรือโรคที่ผิดปกติในส่วนของเคมีในสมอง ที่ส่งผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และยังรวมไปถึงสภาพร่างกายอีกด้วย โดยคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดคิดว่าโรคซึมเศร้านี้จะส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างเดียว และไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรงอะไร แต่ในความจริงแล้วโรคซึมเศร้าสามารถกระทบได้แทบจะทุกส่วนของผู้ป่วย แถมยังส่งผลไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย ผลร้ายที่สุดของโรคนี้คือการฆ่าตัวตายเลยทีเดียว 

วิธีสำรวจตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ 

  • รู้สึกเศร้า เบื่อ ท้อแท้ หรือหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ 
  • พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป อาจกินมากหรือน้อยไปส่งผลให้น้ำหนักขึ้นหรือลงผิดปกติ
  • นอนหลับยากกว่าที่เคยเป็น อาจใช้เวลานานขึ้นในการนอน 
  • มีอาการกระวนกระวายใจ ที่แสดงออกให้คนรอบข้างเห็นได้ชัดเจน 
  • รู้สึกหมดกำลังใจ ไม่อยากทำอะไร ไม่มีพลังในการทำงาน 
  • คิดฆ่าตัวตายบ่อย ๆ รู้สึกสิ้นหวังตลอดเวลา 

ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคซึมเศร้า 

1. หมั่นดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ไม่ใช้สารเสพติด

2. ฝึกคิดในแง่บวก ไม่คิดร้ายกับใคร ไม่กล่าวโทษสิ่งรอบข้าง ซึ่งควรหางานอดิเรกทำอยู่เสมอ อย่าปล่อยตัวเองรู้สึกอ้างว้างจนเกินไป 

3. หาสิ่งกิจกรรมยามว่างที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์จากการทำงานตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่แย่ ๆ อย่างเช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน หลีกเลี่ยงการอ่านข่าวฆาตกรรม ข่าวที่รู้สึกสะเทือนใจ เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ในปัจจุบัน แต่ต้องได้รับการดูแล และวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่สม่ำเสมอ และผู้คนรอบข้างของผู้ป่วยจะต้องทำความเข้าใจของตัวโรคให้มาก หากขาดความเข้าใจในโรคนี้แล้วละก็ ผู้ป่วยจะไม่มีทางกลับมาเป็นปกติได้เลย 

Tags: